เทคนิคการดูแลผิว ช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง

อาหารเสริม

ช่วงฤดูหนาวเช่นนี้ นับเป็นเทศกาลท่องเที่ยวเพราะท้องฟ้าแจ่มใสและอากาศเย็นสบาย แต่ก็มีโอกาสพบโรคผิวหนังบางอย่างมากขึ้นบ้าง ลองมารู้จักกับโรคเหล่านี้กัน

ที่พบบ่อยคือหลายท่านมีผิวแห้ง บางครั้งแห้งจนแตกลายและเกิดอาการคันได้มาก บางท่านมีผื่นแดงเป็นขุยที่ร่องจมูก แก้ม เหนือคิ้ว และแนวไรผม เรียกว่าโรคเซ็บเดิร์ม (seborrheic dermatitis) ถ้าล้างหน้าฟอกสบู่บ่อยโรคนี้จะกำเริบ บางท่านมีรังแคของหนังศีรษะมาก

นอกจากนั้น ยังพบการกำเริบของโรคผิวหนังอักเสบภูมิแพ้ (atopic dermatitis) และพบการระบาดและกำเริบของโรคกลีบกุหลาบ (pityriasis rosea) ได้

ดูแลไม่ให้ผิวแห้งได้อย่างไร      
ปัญหาผิวหนังในหน้าหนาวที่พบบ่อยที่สุด และมักเกิดกับคนไทยที่รักความสะอาดเป็นทุนอยู่แล้วคือ
ปัญหาผิวแห้งทำให้เกิดอาการคัน บางท่านเข้าใจผิดว่าคันจากความสกปรกจึงยิ่งใช้สบู่ฟอกถูผิวที่แห้งคัน ทำให้อาการเป็นมากขึ้น บางท่านใช้สบู่ยาฟอกผิวหนัง เพราะเข้าใจผิดว่าผิวแห้งคันเกิดจากการติดเชื้อโรค การใช้สบู่ยายิ่งทำให้ผิวแห้งจัดจนแตกลายและเป็นแผลได้ การอาบน้ำร้อนจัดหรือนอนแช่อ่างอาบน้ำอุ่นก็ทำให้ผิวยิ่งแห้ง

ในหน้าหนาวอาจใช้เพียงสบู่อ่อนฟอกบริเวณที่อับชื้น เช่น รักแร้ ซอกขา ก็เพียงพอ ถ้ามีผิวแห้งมากควรใช้ครีมบำรุงผิวที่ไม่เหนียวเหนอะหนะ

ผู้ที่มีผิวแห้งต้องงดยาทาแก้คันที่มีลักษณะเป็นแป้งน้ำเพราะจะทำให้ผิวหนังแห้งมากขึ้น และต้องไม่ใช้ยาฆ่าเชื้อราทา เพราะไม่สามารถแก้ปัญหาผิวแห้งและยังทำให้ผิวแห้งกำเริบขึ้น การใช้ครีมบางตัวเช่น กรดผลไม้ กรดวิตามินเอ ครีมรักษาสิว เช่น เบนซอยล์เพอร์ออกไซด์ โลชั่นทาสิว (เช่น กำมะถัน) ต้องระวัง เพราะทำให้ผิวแห้งระคายเคืองได้ง่าย ถ้าจำเป็นต้องทายาให้น้อยลงหรืองดเป็นช่วงๆ

ในฤดูหนาวถ้าหน้าแห้งมากหรือผิวกายแห้งควรลดหรืองดการฟอกสบู่ และใช้ครีมให้ความชุ่มชื้นทาใบหน้า ทาตามตัว ควรงดการใช้สบู่ที่มีเม็ดขัดถูใบหน้าด้วย ควรสวมใส่เสื้อผ้าให้มิดชิดในหน้าหนาว เช่น สวมกางเกงขายาว ใส่เสื้อแขนยาว สวมถุงมือ ถุงเท้า หมวก เหล่านี้ช่วยลดปัญหาผิวแห้ง ปัญหารังแค ลดการเสี่ยงต่อโรคหวัด และยังช่วยป้องกันผิวหนังจากแสงแดดจ้าในฤดูหนาวอีกด้วย

ผิวพรรณเปล่งปลั่ง พ่วงด้วยใบหน้าไร้ริ้วรอยดูเด็กกว่าวัยของชาวแดนอาทิตย์อุทัย

คงทำให้หลายคนอิจฉาจนอยากรู้เคล็ดลับใช่ไหม นั่นเพราะพวกเขาสอดแทรกการดูแลตัวเองเล็กๆ น้อยๆ ลงในไลฟ์สไตล์ประจำวัน จึงป้องกันไม่ให้ภาวะเสื่อมมาเยือนร่างกายเร็ว ซึ่งนับว่าเป็นวิธีที่เหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นสุขภาพ เนื่องจากทำตามง่ายโดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนมาก เพียงปฏิบัติตามกฎทองดังนี้
กินพออิ่ม การดูแลสุขภาพ ชาวญี่ปุ่นยึดถือหลักการดูแลสุขภาพของ ไคบาระ เอ็กเค็ง (นักปราชญ์ยุคเอโดะ) มาช้านาน ซึ่งแนะนำให้กินแค่พออิ่มหรือกินอิ่มร้อยละ 80 แล้วเน้นอาหารที่มีไขมันต่ำ ทั้งปลา เต้าหู้ ข้าว ผัก และผลไม้ โดยใช้กรรมวิธีการปรุงไม่มาก เช่น นึ่ง ย่าง ต้ม ผัดเร็วๆ วิธีนี้ช่วยควบคุมน้ำหนักได้ดี ทำให้ไม่อ้วนจนสุขภาพทรุดโทรมและดูแก่

จิบชาเขียว สารฟลาโวนอยด์ โพลีฟีนอล และคาเทชิน (catechin) ในชาเขียว ช่วยต้านฟรีแรดิคัล (free radical) ในร่างกาย ที่เป็นตัวการทำร้ายเซลล์ผิวจนเกิดริ้วรอยบนใบหน้า

เดินแทนใช้รถ เช่น ไปทำงาน ไปทำธุระตามสถานที่ที่ไม่ไกลมากนัก บทความเกี่ยวกับสุขภาพ นั้นนี้
จะมีเรื่องการเดินเป็นการออกกำลังกายที่สร้างความสดชื่น และกระตุ้นการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะกระตุ้นให้ใบหน้ามีเลือดฝาด

สังสรรค์ผ่อนคลาย หลังเลิกงานหรือช่วงวันหยุด ควรหาเวลาพักผ่อนกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง สร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ เมื่อหายเครียดจากงานหรือชีวิตที่เร่งรีบ จะช่วยลดการเกิดฟรีแรดิคัลและท็อกซินในร่างกาย

กิน นอน พักผ่อน ออกกำลังกาย และทำงานให้สมดุลแบบชีวจิตเป็นสุดยอดเทคนิคเพิ่มหน้าอ่อนใสได้สุขภาพ

ข้อมูลจาก
บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
http://www.majiciristhaiherbs.com/