เคล็ดลับการ ลบริ้วรอยบนในหน้า

ริ้วรอย เป็นคำแสลงใจที่ไม่มีสาวๆ คนไหนอยากพบเจอ ด้วยเหตุนี้ผลิตภัณฑ์ลดเลือนริ้วรอยทั้งหลาย จึงขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แต่ว่า Well-women ฉบับนี้มีเคล็ดลับการลดเลือนริ้วรอย ที่สาวๆ อาจจะคาดไม่ถึงมาฝากกัน

นอนหงาย
สมาคมแพทย์ผิวหนังอเมริกันแนะนำว่า การนอนในท่าใดท่าหนึ่งเพียงท่าเดียวทุกๆ คืนจะทำให้หน้ายับ ก่อนจะกลายเป็นริ้วรอยที่เห็นได้ชัดบนผิวหน้า และไม่เลือนหายไปแม้ว่าคุณจะลุกขึ้นมาแล้วก็ตาม โดยการนอนตะแคงข้างจะเพิ่มริ้วรอยที่แก้มและคาง ขณะที่การนอนคว่ำจะทำให้เกิดรอยย่นบนหน้าผาก ฉะนั้นเพื่อลดการก่อตัวของริ้วรอยแนะนำให้สาวๆ เปลี่ยนมานอนหงายแทน แม้ว่าอาจจะไม่ชินในช่วงแรก และเผลอพลิกไปนอนในท่าที่เคยชินตอนหลับไปแล้ว แต่ก็ยังดีกว่านอนตะแคง หรือนอนคว่ำอย่างเดียวโดยไม่เปลี่ยนท่าเลยตลอดคืน

รับประทานน้ำมากขึ้น
เราควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว หรือประมาณ 2 ลิตร โดย 20% ของน้ำที่ได้รับในแต่ละวันมาจากอาหารที่กิน ส่วนอีก 80% ได้จากการดื่มน้ำ เพื่อ การส่งเสริมสุขภาพ

ผู้ที่เดินทางโดยเครื่องบินระยะยาว ควรดื่มน้ำให้มากและบ่อยขึ้นแม้จะไม่หิวน้ำ เช่น ดื่มน้ำเปล่า น้ำผลไม้ นม หรือเครื่องดื่มที่ ไม่มีคาเฟอีน 1-2 แก้ว ทุกๆ ชั่วโมงที่อยู่บนเครื่องบิน เพราะสภาวะความชื้นในอากาศต่ำยิ่งทำให้เกิดภาวะขาดน้ำได้ง่าย และจะทำให้เกิดอาการอ่อนเพลียจากการเดินทางด้วยเครื่องบินเป็นเวลานาน (jet lag) กำเริบมากขึ้น

คนที่ออกกำลังอย่างหนัก ต้องการน้ำถึงวันละ 3 ลิตรเป็นอย่างน้อย โดยควรดื่มน้ำ 2-3 แก้ว ก่อนการออกกำลังกาย และดื่มเพิ่ม 1-2 แก้วทุกๆ 20 นาที ระหว่างการออกกำลัง และควรดื่มเกลือแร่ทดแทนด้วย

น้ำยังช่วยปรับอุณหภูมิในร่างกาย ลดอาการ heat stress ที่เกิดจากความร้อนในร่างกายสูงจากการออกกำลังอย่างหนัก จากภาวะอากาศร้อนจัดหรือได้รับสารบางอย่าง เช่น แอลกอฮอล์ คาเฟอีน ยาลดความดันโลหิตบางชนิด ยาแก้แพ้บางชนิด จึงควรดื่มน้ำให้มากขึ้นกว่าปกติแม้ ยังไม่หิวน้ำ ครั้งละ 1 แก้วเป็นอย่างน้อย ทุกชั่วโมง
ผิวสวยด้วยกรดผลไม้
เพราะกรดผลไม้ช่วยลอกเซลล์ของชั้นผิวหนังที่ตายแล้วให้หลุดออกไป จึงช่วยลดเลือนริ้วรอยจางๆ และริ้วรอยลึกๆ ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งริ้วรอยรอบๆ ดวงตา โดยมีหลักฐานชิ้นใหม่แสดงว่า กรดผลไม้ที่มีความเข้มข้นสูง จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้อีกด้วย

เปลี่ยนจากกาแฟมาเป็นโกโก้
ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในปี 2006 ใน the Journal of Nutrition รายงานว่า โกโก้มีสารประกอบ flavonol 2 ชนิด คือ เอพิคาเตซิน และคาเตซิน ซึ่งช่วยปกป้องผิวจากการทำร้ายของแสงแดด ทำให้การหมุนเวียนของเลือดเข้าสู่เซลล์ผิวหนังได้เร็วขึ้น ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับสุขภาพผิว ทำให้ผิวนุ่มเนียนมากขึ้น

อย่าล้างหน้าบ่อยเกินไป
แพทย์ผิวหนังบอกว่า น้ำประปาจะรบกวนน้ำมันที่ผิวหนังสร้างขึ้นตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยปกป้องผิวไม่ให้เกิดริ้วรอย ดังนั้นการล้างหน้าบ่อยๆ จะล้างสิ่งที่ปกป้องผิวหนังออกไป เว้นแต่ว่าสบู่ที่คุณใช้จะมีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์ที่ช่วยปกป้องผิว จึงขอแนะนำให้ใช้เคลนเซอร์ล้างหน้าแทนสบู่

ใช้วิตามินซีชนิดทา
ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัย Tulane และผลการศึกษาจากที่อื่นพบว่า วิตามินซีสมารถเพิ่มการผลิตคอลลาเจน ช่วยปกป้องผิวจากการทำร้ายของรังสียูวีเอและยูวีบี ทำให้ปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอลดลง รวมถึงทำให้ภาวะผิวหนังอักเสบมีอาการดีขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับวิตามินซีที่ใช้ด้วย ปัจจุบันผลการวิจัยส่วนมากพบว่า กรดแอล-เอสคอร์บิก สามารถลดริ้วรอยได้มากที่สุด

กินถั่วเหลืองมากขึ้น
ผลการวิจัยแสดงว่า ถั่วเหลืองอาจจะช่วยปกป้องหรือเยียวยาผิวที่ถูกแสงแดดทำร้ายได้ โดยผลการศึกษาชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ใน The European Journal of Nutrition รายงานว่า อาหารเสริมที่มีถั่วเหลืองเป็นส่วนประกอบพื้นฐานชนิดหนึ่ง ซึ่งมีวิตามินต่างๆ โปรตีนจากปลา และสารสกัดจากชาขาว เมล็ดองุ่น และมะเขือเทศเป็นส่วนประกอบด้วย ช่วยทำให้โครงสร้างของผิวดีขึ้นภายใน 6 เดือน

ดูแลผิวด้วยวิธีการที่ถูกต้อง
ถ้าคุณต้องการรักษาผิวให้ดูอ่อนเยาว์ ควรเริ่มต้นการดูแลอย่างถูกต้อง ด้วยวิธีที่คุณอาจจะเคยได้ยินซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ไม่เคยทำเลย ดังนี้

– หลีกเลี่ยงแสงแดด
– ทาครีมกันแดด
– ไม่สูบบุหรี่
– บำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์

เพียงใส่ใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ผิวของคุณก็จะเกิดริ้วรอยได้ยากขึ้น